Get Adobe Flash player

เสียงสะท้อนจาก ส.ค.ท.เชียงราย ตอนที่ ๒.

เสียงสะท้อนจาก ส.ค.ท.เชียงราย ตอนที่ ๒.

วันนี้ ๒๐ มิถุนายน ๒๐๑๒  หลังจากที่ผมเพิ่งจะกลับมาจากพัทยาได้ ๑ วัน  ปรากฏว่าได้รับจดหมายจากกลุ่มที่ทำการปฏิวัติ ซึ่งหาเรื่องยึดอำนาจโดยสั่งปลด ศจ.ดร.ปรีชา เจ็งเจริญ ให้ออกจากการเป็นประธาน ส.ค.ท.(จำได้ไหมคือใครคนนั้น?) ก็จะเป็นใครที่ไหนอีกล่ะ คนเดียวในโลกที่ยังสร้างความปั่นป่วนให้กับ ส.ค.ท.แบบไม่ยอมเลิกลา ดร.สุชาติ พลอยวงศ์ ไงล่ะ!  ซึ่งนอกจากจะสั่งปลดประธาน ส.ค.ท.แล้ว  ก็ยังคงสำแดงเดชต่อ ส.ค.ท.หลายเรื่อง ซึ่งเราๆท่านๆต่างก็ทราบกันดีว่ามีอะไรบ้าง โดยเฉพาะการไม่ยอมฟังเสียงส่วนใหญ่ของสมาชิกใน ส.ค.ท.    และยังบากหน้าไปพบท่านอธิบดีกรมการศาสนา จนทำให้เกิดเรื่องยุ่งเหยิงต่อ ส.ค.ท. ซึ่งแม้ว่าท่านผู้นี้(ดร.สุชาติ  พลอยวงศ์) จะพยายามบ่ายเบี่ยงปัญหาเรื่องมิชชันนารี  แต่ในความเป็นจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ การที่ท่านผู้นี้เข้าพบกับอธิบดีกรมการศาสนาครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งนำเรื่องไปฟ้องศาล มันล้วนมีผลต่อ ส.ค.ท.โดยรวมทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรับรองท่านประธาน ส.ค.ท.คนใหม่ กับปัญหาการต่อวีซาให้มิชชันนารี การออกจดหมายปฏิเสธของท่านผู้นี้จึงมิอาจรับฟังข้อแก้ตัวใดๆได้เลย นอกเสียจากต้องแก้ไข โดยหยุดพฤติกรรมดังกล่าว เช่น การถอนฟ้อง การยอมรับการเลือกตั้ง การหยุดใช้หัวจดหมายของ ส,ค,ท.! ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ ได้หลอกชาว ส.ค.ท. โดยอ้างถึงที่อยู่ใหม่ของ ส.ค.ท. แล้วส่งจดหมายไปทั่ว

คราวนี้กลับออกจดหมาย โดยใช้ที่อยู่จริง สำนักงานจริงของ ส.ค.ท.  แล้วที่ท่านว่ามาก่อนโน้น กลืนน้ำลายตนเองไปตั้งแต่เมื่อไร?  เรื่องสถานีรถไฟขบวนใหม่ไงเล่า  ท่านบอกว่าย้ายที่อยู่สำนักงาน ส.ค.ท.ใหม่แล้วไม่ใช่หรือ  ที่อยู่ลาด-พร้าว ๖๘ ไง! ไหนยังกลับมาใช้ที่เดิมอีกล่ะ เอาแค่เรื่องสำนักงานจริงของ ส.ค.ท.ท่าน ดร.สุชาติก็ยังกลับกลอก-กลิ้งไปกลิ้งมา  แล้วอย่างนี้ใครจะเชื่อถือคำพูดของท่านได้?!  แถมยังลงท้ายจดหมายอีกว่า เป็นรองประธานกรรมการ ส.ค.ท. ชุดจังหวดระยอง...โถ ๆ จะกอดมันไว้ ไปอีกนานแค่ไหนกันครับท่าน??? “หัวโขนทั้งนั้น” ไปอ่านปัญญาจารย์ดูบ้าง  ไป๊!

เมื่อได้อ่านจดหมายของท่าน ดร.สุชาติ  ก็ไม่รู้ว่าการที่ท่านคัดค้านไปยังกรมการศาสนานั้น  ท่านได้พูดความจริงถึงต้นสายปลายเหตุให้ครบทุกเหตุการณ์หรือไม่?  อาทิเช่น  การที่พวกของท่านซึ่งได้รับรองคุณสมบัติของ ศจ.ดร.ปรีชาเจ็งเจริญ ว่ามีคุณสมบัติถูกต้องเหมาะสมในการลงสมัครเลือกตั้งได้...เรื่องซึ่งพวกท่านเลือก ศจ.ดร.ปรีชา  เจ็งเจริญ ให้เข้ามารับตำแหน่งเป็นประธาน ส.ค.ท.ด้วย...เรื่องสั่งปลดประธาน ศจ.ดร.ปรีชา  เจ็งเจริญ อย่างสายฟ้าแลบ โดยกล่าว-หาว่า ศจ.ดร.ปรีชา  เจ็งเจริญ ไม่มีคุณสมบัติ ทั้งๆที่ทำงานร่วมกันมากว่า ๒ ปี(น่าจะตบปากตนเองสักสิบๆครั้ง)  เรื่องที่ชิงตัดหน้าเรียกประชุมอย่างลุกลี้ลุกลนของตัวท่าน  ทั้งๆที่ท่านประธาน ศจ.ดร.ปรีชา  เจ็งเจริญ เรียกประชุมไว้แล้ว หรือได้รายงานเหตุการณ์ที่ท่านเปลี่ยน pass word สั่งปิดล๊อคสำนักงาน ส.ค.ท. ในวันที่ท่านประธาน ศจ.ดร.ปรีชา  เจ็งเจริญ กับคณะกรรมการอาวุโสไปประชุมตามนัดตามที่ตกลงกันไว้  ให้ท่านอธิบดีกรมการศาสนาฟังด้วยไหม? ฯลฯ  ผมเชื่อว่าเรื่องเหล่านี้ ท่านก็คงไม่เล่าให้ท่านอธิบดีกรมการศาสนาฟังเลยใช่ไหม?  คนประเภทนี้ซึ่งเอาดีใส่ตัว เอาชั่วป้ายสีผู้อื่น  คนโบราณท่านว่าถูกแล้ว “อย่าคบ” หรือ อย่างที่พระธรรม ๑ โครินธ์ ๑๕ ข้อ ๓๓ ได้เขียนเอาไว้ก็ถูกต้องแล้ว คือ “อย่าหลงเลย การคบคนชั่วย่อมเสียนิสัย”  ไม่แปลกใจเลยที่จนป่านนี้พวกท่านซึ่งหาเรื่องกับ ศจ.ดร.ปรีชา  เจ็งเจริญ มา จนเรื่องจะครบ ๑ ปีแล้ว(๑๙ ก.ค.๒๐๑๑) ยังจะสร้างปัญหาต่อให้กับชาว ส.ค.ท. โดยรวมอีก  ซึ่งท่านก็น่าจะรู้ได้แล้วว่าชาว ส.ค.ท.กว่า ๑๕๐ องค์กร องค์การ และสถาบัน ซึ่งเคยเลือกพวกท่านมานั้น  เดี๋ยวนี้เมื่อเขาได้รู้พฤติกรรมของท่าน เขาจึงไม่เอาด้วย จึงมีการหาทางออกที่จะให้เรื่องยุติโดยเร็ว เพราะยิ่งนานไปเท่าไร มันก็ยิ่งจะขายขี้หน้าชาวโลกที่อยู่ในความมืด ที่คนซึ่งอยู่ในความสว่างแล้ว กลับทำตัวน่าสะอิดสะเอียนที่สุด! แย่ยิ่งกว่าคนบาปที่ไม่เชื่อพระเจ้า ซะอีก !!ความชอบธรรมตามธรรมนูญที่พวกท่านชอบอ้างกันนั้น พวกท่านเองทำเลวระยำมาตั้งแต่เริ่มแรกกันแล้ว และจะมาอ้างอะไร ทำไม ที่ไหนกันอีก ความชอบธรรมตามธรรมนูญที่พวกท่านชอบอ้างกันนั้น พาไปสวรรค์ได้ไหม?  หรือว่ามันกำลังจะเฉี่ยวนรก!!  คนที่มีสติปัญญาเป็นถึง ดร.แล้ว น่าจะคิดหาทางออกที่สวยงามซึ่งทำให้พระเจ้าชอบใจดีกว่า....กลับไปทบทวนดู ใช้พระวจนะของพระเจ้าส่องกะโหลกตนเองดูบ้าง เอาแค่เรื่องที่ท่านไปฟ้องศาลเพียงเรื่องเดียวก็พอแล้ว ท่านเองก็ย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าเหมาะสมหรือไม่?(เรื่องนี้ กลืนเสลดตนเองอีกแล้วหรือ) อย่าให้คนรุ่นหลังต้องบันทึกหน้าประวัติ- ศาสตร์ของ ส.ค.ท.เลยว่า ในอดีตเมื่อปี๒๐๑๑ วันที่ ๑๙ ก.ค.เกิดอะไรขึ้นกับ ส.ค.ท. จนวุ่นวายกันไปทั้งประเทศ!

นี่ขนาดตัวจริงเสียงจริงจากองค์กร องค์การ และสถาบันของ ส.ค.ท.ทั่วประเทศกว่า ๑๕๐ แห่ง  ซึ่งเคยเลือกพวกท่านเข้ามารับตำแหน่งต่างๆใน ส.ค.ท.ที่ระยองนั้น  มาบัดนี้คนเหล่านี้ซึ่งเคยเลือกพวกท่านเข้ามาต่างก็เห็นชอบแล้วว่า เพื่อยุติปัญหาทั้งหมดก็ล้มกระดานเลือกตั้งกันใหม่ดีที่สุด  ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ใน ส.ค.ท.ต่างก็ตอบสนองกัน ซึ่งแม้ว่าพวกท่านจะพยายามคัดค้านด้วยสารพัดเล่ห์เหลี่ยม  พวกเขาก็ไม่เชื่อขี้หน้าท่านอีกแล้ว   แต่กระนั้นพวกท่านก็ยังไม่ยอมจบการที่พวกท่านนำเรื่องไปฟ้องศาล หรือไปคัดค้านที่กรมการศาสนา  เราชาว ส.ค.ท.กลับเห็นว่า พวกท่านกำลังเกาะติดกับหัวโขน อย่างมีวัตถุประสงค์น่าสงสัยเป็นอย่างยิ่ง ทำไปเพื่ออะไร?  ซึ่งแทนที่จะยอมฟังเสียงส่วนใหญ่(ท่านเองก็เคยอ้างอยู่เสมอว่าเป็นเสียงข้างมาก ๗-๘ คน) แต่นี่เสียงส่วนใหญ่กว่า ๑๕๐ องค์กร!  พวกท่านกลับไม่ยอมฟัง...วันที่เสียงส่วนใหญ่จัดให้มีการเลือกตั้งที่คริสตจักรใต้ร่มพระคุณกรุงเทพฯ และต่อมาก็ที่บ้านผู้หว่าน  หากว่าพวกของท่านยอมฟังเสียงจริงๆของผู้ที่มีสิทธิ์จริงๆใน ส.ค.ท. และยอมรับ  พวกท่านเองจะชนะใจ ส.ค.ท.ทั้งประเทศ และยังบ่งบอกอีกว่าการกระทำที่ผ่านมานั้นพวกท่านทำเพื่อ ส.ค.ท.จริงๆ แต่เมื่อท่านไม่ยอมรับ โดยจะขอสู้ตายให้เห็นดำเห็นแดงกันไปเลย  มันกลับส่อถึงเจตนาของท่านที่ซ่อนอยู่อย่างมีเลิศนัย ทำไปทำไม?...อย่ามัวเสียเวลามาอ้างธรรมนูญอีกเลย  พวกท่านเองก็ทำเละเทะตั้งแต่ต้นแล้ว! การอ้างความชอบธรรมตามธรรมนูญด้วยเสียงข้างมาก ๗-๘ คนแล้วเรียกประชุมด่วน  ทั้งๆที่ประธานได้นัดประชุมไว้ก่อนหน้านี้แล้ว โดยท่านมาชิงตัดหน้าเช่นนั้น ถูกต้องแล้วหรือ?  พวกท่านมาหักล้างคุณสมบัติของท่านประธาน ศจ.ดร.ปรีชา เจ็งเจริญ กล่าวหาว่าไม่มีคุณสมบัติ  ทั้งๆที่พวกท่านเองก็เลือก และรับรองท่าน ศจ.ดร.ปรีชา  เจ็งเจริญ ว่ามีคุณสมบัติถูกต้องเหมาะสมแล้ว ซึ่งการที่พวกท่านเองเลือกและรับรองท่าน ศจ.ดร.ปรีชา  เจ็งเจริญ แล้ว ไฉนจึงมีคำสั่งให้ปลดออก  ทั้งๆที่มิได้ทำผิดศีลธรรมใดๆ  เหล่านี้คือเรื่องที่ชาว ส.ค.ท.ยอมไม่ได้ เพราะเห็นว่าพวกท่านเองกำลังบ้าอำนาจอย่างไม่สมควร ขืนปล่อยให้บริหารงาน ส.ค.ท.ต่อไป “ส.ค.ท.เจ๊งแน่ๆ..ไม่มีเจ๊า” ซึ่งเป็นที่ไปที่มาที่จะต้องจัดให้มีการประชุมพิเศษเพื่อเลือกตั้งกันใหม่ และก็มาจากเสียงส่วนใหญ่จริงๆ ที่เห็นด้วยกว่า ๑๕๐ แห่ง  ไม่ใช่เพียงแค่ ๗-๘ คนอย่างพวกท่าน  การที่พวกท่านหาเรื่องกับประธาน ส.ค.ท.อย่างไม่ถูกต้องเช่นนี้  เราชาว ส.ค.ท.พูดได้อย่างเต็มปากว่า “เรื่องราวซึ่งเกิดขึ้นทั้งหมด พวกท่านเอง ชงเอง ฟาดเอง กินเองทั้งนั้น  โดยใช้อำนาจอย่างไร้สติ...”!!

ด้วยเหตุนี้ เสียงสะท้อนจาก ส.ค.ท.เชียงรายในภาคแรก จึงพูดสรุปง่ายๆว่า “ถ้าผู้ก่อเหตุ ยอมจบเหตุ มันก็ไม่เป็นเหตุอีกต่อไป”  ก็ได้แต่หวังใจว่า คนที่มีปัญญาอย่างพวกท่านที่เป็นกันถึง ดร.จะได้นำไปตรึกตรอง ใคร่ครวญกันดู อย่างน้อยๆ ก็จะได้เลิกก่อกวน แล้วหันกลับมาแสวงหาเรื่องซึ่งเป็นที่ชอบพระทัยของพระเจ้าดีกว่า เวลาก็เหลือน้อยเต็มทีแล้วจะกอดตำแหน่งไปได้นานอีกเท่าไร แหงนหน้าขึ้น-มองฟ้าดูบ้าง เผื่อจะได้สติปัญญาดีๆจากเบื้องบน  แล้วนำมาสร้างให้เกิดเกียรติประวัติที่น่าสรรเสริญถวายแด่พระคริสต์ ดีกว่าไหม?  อาเมน  (อาจจะมีตอนที่ ๓.ต่ออีกก็ได้  ถ้ายังไม่จบ!)

ขอให้คณะกรรมการ ส.ค.ท.ชุดใหม่ ซึ่งนำโดย ศจ.ดร.วีรชัย  โกแวร์  พาเราชาว ส.ค.ท.เดินหน้าต่อไปครับ เราเต็มใจเดินตาม “จงเข้มแข็งและกล้าหาญ” นำประชากรของพระเจ้าใน ส.ค.ท.ก้าวรุดหน้าต่อไป  เพื่อสร้างความเป็นปึกแผ่นใน ส.ค.ท.และขยายแผ่นดินของพระเจ้า เชื่อว่าอีกไม่นานเกินรอ องค์พระผู้เป็นเจ้า ซึ่งไม่ทรงเห็นแก่หน้าผู้ใดทั้งสิ้น พระ องค์จะทรงช่วยให้ทุกเรื่องราวเกิดความกระจ่างและยุติลง ทั้งทำให้ท่านอธิบดีกรมการศาสนาเข้าใจความจริงทั้งหมด ที่จะเซ็นรับรองการเป็นประธาน ส.ค.ท.คนใหม่ของ ศจ.ดร.วีรชัย  โกแวร์ ......ช่วงนี้ อ่านพระธรรมเอสเธอร์ เหมาะที่สุด

จาก เสียงสะท้อน ส.ค.ท.เชียงราย ตอนที่ ๒.   โดย.ภูริวัฒน์  ยศวัฒน