Get Adobe Flash player

เสียงสะท้อนจาก ส.ค.ท.เชียงราย

เสียงสะท้อนจาก ส.ค.ท.เชียงราย โดย.ภูริวัฒน์  ยศวัฒน์

ดีใจที่สุด  ที่ได้ทราบว่ามีชาว ส.ค.ท.ทั่วประเทศกว่า ๑๕๐ องค์กรฯ องค์การ และสถาบัน ซึ่งเป็นผู้ที่มีสิทธิ์ และมีอำนาจเต็มตามธรรมนูญของ ส.ค.ท.ได้ไปประชุมรวมพลังกันที่”บ้านผู้หว่าน”จังหวัดนครปฐม ในระหว่างวันที่ ๒๗-๒๙มีนาคม ๒๐๑๒ เพื่อใช้สิทธิ์เลือกตั้งคณะกรรมการอำนวยการกันใหม่ ซึ่งในการประชุมรวมพลังกันครั้งนี้ถือได้ว่า “เป็นเสียงประชามติของจริง” ที่เห็นชอบว่า”ใครคือกรรมการอำนวยการตัวจริง ที่ชาว ส.ค.ท.ทั้งประเทศสามารถไว้วางใจได้” เพื่อให้เข้ามาเป็นคณะกรรมการของ ส.ค.ท. เพื่อบริหารพันธกิจของพระเจ้าใน ส.ค.ท.ให้เจริญก้าวหน้าต่อไปตามนิมิต-วัตถุประสงค์ตั้งแต่เริ่มแรกที่ก่อตั้งกันมา ซึ่งจากการเลือกตั้งในวันนั้น ชาว ส.ค.ท.ทั้งประเทศต่างก็ได้ทราบกันแล้วว่า ผู้ที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นคณะกรรมการอำนวยการของ ส.ค.ท.มีใครบ้าง(อ่านดูในจดหมายที่แนบมากับพระคริสต-ธรรมประทีป ฉบับที่ ๓๔๔)  ซึ่งต่อมาก็ได้ทราบข่าวอีกว่าชาว ส.ค.ท.ในภาคต่างๆก็มีการเลือกคณะกรรมการภาคอีก ๖ ภาค เพื่อจะได้ประธานภาคเข้ามาเป็นทีมคณะกรรมการอำนวยการของ ส.ค.ท.เพื่อจะได้ครบจำนวน ๑๕ ท่านตามที่มีเขียนไว้ในธรรมนูญฯ ซึ่งรายชื่อทั้งหมด ๑๕ ท่านที่เข้ามาเป็นคณะกรรมการอำนวยการของ ส.ค.ท.มีดังนี้คือ

๑.ศจ.ดร.วีรชัย          โกแวร์                      ประธาน ส.ค.ท.

๒.ศจ.สัมพันธ์            ตั้งชวลิต                   รองประธานฯ

๓.อจ.เยาวนิจ            เกษตรวัฒนานนท์      เลขานุการ

๔.ศจ.สมนึก              มนตรีเลิศรัศมี            เหรัญญิก

๕.ศจ.ยุทธศักดิ์          ศิริกุล                        กรรมการ

๖.อจ.สัญญา             ลดาพงษ์พัฒนา         กรรมการ

๗.ศจ.แสวง                กุสาวดี                      กรรมการ

๘.ศจ.ดร.โยฮัน           คิม                            กรรมการ

๙.ดร.มาร์ค                เลย์ตัน                       กรรมการ

๑๐.ศจ.เกียรติ             ลักษณะสกุลชัย          กรรมการ (ประธาน ส.ค.ท.ภาคเหนือ)

๑๑.ศจ.นิพนธ์             เหลืองเงิน                  กรรมการ (ประธาน ส.ค.ท.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)

๑๒.ศจ.อาดุลย์           สุรินทร์                       กรรมการ (ประธาน ส.ค.ท.ภาคกลาง)

๑๓.ศจ.คำสิงห์            รวมวงศ์                     กรรมการ (ประธาน ส.ค.ท.ภาคกรุงเทพฯ-ปริมณฑล)

๑๔.ศจ.อภิชาติ           กาลวันตวานิช            กรรมการ (ประธาน ส.ค.ท.ภาคตะวันออก)

๑๕.ศจ.ทองดี             ใจไหว                        กรรมการ (ประธาน ส.ค.ท.ภาคใต้)

บุคคลเหล่านี้ ชาว ส.ค.ท.ทั้งประเทศถือได้ว่า ท่านเป็นผู้แทนตัวจริงของเราชาว ส.ค.ท. ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของผู้ที่มีสิทธิ์และมีอำนาจเต็มจากองค์กรคริสตจักร องค์การ และสถาบันใน ส.ค.ท. ซึ่งจากนี้ไป ๒ ปีข้างหน้า ท่านคือผู้ที่จะบริหารจัดการนำ ส.ค.ท.ไปตามวัตถุประสงค์ตั้งแต่เริ่มแรกที่ก่อตั้ง ส.ค.ท. “ขอเดินหน้าต่อไป”  ไม่ต้องสนใจเสียงนกเสียงกา เสียงเห่าหอนตามริมหนทางที่คอยแขวะให้เสียขบวน   ซึ่งจากวันที่พวกเขาก่อเหตุ(ปลด ศจ.ดร.ปรีชา เจ็งเจริญอย่างไม่ชอบธรรม) จนเดี๋ยวนี้  เราชาว ส.ค.ท.ทั้งประเทศต่างก็รู้อยู่ว่า คนกลุ่มนี้ (กลุ่มที่ไปฟ้องศาลและยังกัดไม่ปล่อย) พวกเขามีท่าทีอย่างไร! ถ้าผู้อ่านอยากรู้ก็ไปอ่านบทความที่ผมเคยเขียนเอาไว้ได้ครับ เช่นเรื่องจากใจของคนที่รัก ส.ค.ท จดหมายตอบเรื่องคุณเถื่อนโม่งอีแอบ, จดหมายจากคริสตจักรเสริมสร้างฯลงวันที่ ๑๗ ส.ค.๒๐๑๑, คำแถลงการณ์จากประธาน ส.ค.ท.เชียงราย, ขอพูดด้วยคน, แหกตา ส.ค.ท.ทั้งประเทศ, ตอบบทความเพื่อผู้นำจิตวิญญาณ, ต้นสายปลายเหตุ เป็นต้น(ถ้ายังไม่มี ขอมาได้ครับ) เพื่อเราชาว ส.ค.ท.จะได้รู้ว่าคนกลุ่มนี้ไว้วางใจได้แค่ไหน! เนื่องจากสิ่งที่คนกลุ่มนี้ทำและยังคงดำเนินการอยู่นั้น มันขัดกับคำสอนของพระเยซูคริสต์อย่างชัดเจน ซึ่งมีทั้งโกหก ตลบตะแลง ใช้เล่ห์เหลี่ยมสารพัด..นอกจากนี้พวกเขาก็ไม่ฟังเสียงส่วนใหญ่ของ ส.ค.ท.อีกด้วย  ถ้าคนกลุ่มนี้รักพระเจ้า รักความสงบ! เพื่อส.ค.ท.เจริญก้าวหน้า ก็ต้องหยุดแขวะได้แล้ว (หาเรื่องตั้งแต่ศจ.ดร.ปรีชา เจ็งเจริญ จนถึง ศจ.ดร.วีรชัย โกแวร์ความพยายามที่จะทำให้รถไฟตกรางเป็นนิสัยของท่านหรือ?! และก็พวกนี้อีกนั่นแหละคือหลังจากยึดอำนาจประธาน โดยมีคำสั่งปลด ศจ.ดร.ปรีชา เจ็งเจริญ ออกจากประธาน ส.ค.ท.แล้ว ก็พยายามที่จะมาขับรถไฟขบวน ส.ค.ท.นี้ต่อ โดยออกแถลงการณ์เป็นระยะๆ แถมยังไปตั้งสถานีรถไฟกันใหม่ เพื่อหลอกให้ชาว ส.ค.ท.เกิดความสับสน  ยังดีที่ชาว ส.ค.ท.ส่วนมาก เขาไม่ร่วมมือด้วย ดังนั้นคนกลุ่มนี้จึงขับรถไฟต่อไปไม่ได้ จึงพยายามตีรวนต่างๆนานาอีกสารพัด จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ยอมหยุด อยากจะรู้ไหมว่าคริสตจักรต่างๆในจังหวัดเชียงรายซึ่งสังกัด ส.ค.ท. กว่า๒๐๐ แห่ง เขาคิดเห็นเรื่องกลุ่มของท่านที่ยังหา เรื่องกับ ส.ค.ท.แบบไม่ยอมจบอย่างไรบ้าง? ถ้าอยากจะรู้ ขอเชิญยกทีมของท่านมาฟังการประชุมที่เชียงรายดูบ้าง เพื่ออย่างน้อยๆจะได้เห็นเงาตนเองกันบ้าง บอกได้เลยว่า “สิ่งที่พวกท่านพากันฝันหวานอยากจะเป็น อยากจะได้ ภายหลังที่ปลดประธาน ศจ.ดร.ปรีชา เจ็งเจริญ แล้วนั้น มันเป็นแค่เงาในน้ำครับ อย่าได้หวังเลยว่า จะคาบกลับมาแอ้มกันได้ !!

ภายหลังจากการเลือกตั้งที่ “บ้านผู้หว่าน”จังหวัดนครปฐมแล้ว เราหวังว่าเรื่องจะยุติลงได้แล้ว โดยเฉพาะกับผู้ที่มีน้ำใจเป็นนักกีฬา(เอ้อ!น้ำใจอย่างพระเยซูคริสต์) แต่ก็ยังมีการหาเรื่องต่ออีก!  ไม่รู้ว่าหัวโขนที่กลุ่มของท่านอยากจะได้กันนั้น คือตั้งแต่ปลด ศจ.ดร.ปรีชาฯ พวกท่านจะกอดเอาไปจนถึงหน้าบัลลังก์ของพระคริสต์หรือเช่นไร ขนาดมีการเลื่อนการพิพากษาครั้งแล้วครั้งเล่า พวกท่านน่าจะคิด และขจัดความเขลาทิ้งไป โดยการถอนฟ้องได้แล้ว แต่พวกท่านก็ยังไม่-ยอม(จะเอาชนะเพื่อไปรับถ้วยทองกับใครที่ไหน?) ซึ่งปัจจุบันก็สร้างปัญหาเพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะมีผลกับมิชชันนารีที่ยังไม่สามารถต่อวีซ่าได้! มันน่าภาคภูมิใจมากนักหรือที่พวกท่านซึ่งเป็นคนรับใช้พระเจ้า แต่กลับมาก่อปัญหาให้กับ ส.ค. ท.แบบนี้? แถมยังเขียนแขวะ ดร.มาร์ค เลย์ตัน ซึ่งพยายามช่วยหาทางแก้ปัญหาให้กับมิชชันนารีอีก..ขยะคงจะรกอยู่ในสมองของท่านมากไปซะแล้วกระมัง จึงยังแขวะคนนี้แขวะคนนั้นแบบไม่ยอมเลิกลา โดยเฉพาะที่กำลังแขวะ ศจ.ดร.วีร-ชัย โกแวร์  ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากเสียงส่วนมากใน ส.ค.ท.ทั่วประเทศกว่า ๑๕๐ องค์กรฯจริงๆ ให้มานำขบวนรถไฟสู่การถวายเกียรติแด่พระเป็นเจ้า ซึ่งต่างจากที่พวกท่านกำลังทำ!ซึ่งกำลังกลายเป็นข้าวลีบลงทุกวัน! อย่าได้หวังเลยว่าพวกท่านจะกลับมาเพื่อขับรถไฟขบวน ส.ค.ท.นี้อีก เพราะว่าชาวส.ค.ท.ทั้งประเทศซึ่งทราบพฤติกรรมของพวกท่าน ต่างก็เอือมระอากันเต็มทีแล้ว เนื่องจากการกระทำของพวกท่านนั้นมันฟ้องว่าพวกท่านกำลังทำเพื่ออะไร! อย่าพยายามอ้างถึงความชอบธรรมตามธรรมนูญอีกเลย เพราะพวกท่านทั้งนั้นที่ก่อเหตุ  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่พวกท่านได้รับรองคุณสมบัติของ ศจ.ดร.ปรีชา เจ็งเจริญ จนเลือกท่านเข้ามาเป็นประธานแล้ว แต่ต่อมาก็สั่งปลด!  โดยกล่าวหาว่าท่าน ศจ.ดร.ปรีชา เจ็งเจริญ ขาดคุณสมบัติ!ทั้งๆที่ทำงานมาด้วยกันกว่า ๒ ปี! ไร้สมองยั้งคิดกันหรือไง!แถมการเรียกประชุมอย่างสายฟ้าแลบเพียงแค่๗-๘ คน ทั้งๆที่ไม่ใช่อำนาจที่จะเรียกประชุมได้! อย่างนี้ก็ทำกัน..ยังมีเรื่องอีกเยอะแยะที่พวกท่านทิ้งไข่เน่าเอาไว้ ซึ่งทำให้ ส.ค.ท.เกิดความเสียหาย อย่ามัวแต่แขวะคนอื่นมากนักเลย ชะโงกดูเงาตนเองในน้ำบ้าง!

คำถามเกี่ยวกับ ส.ค.ท.ที่มีผู้สงสัยมากที่สุด ในบทความ”ภาวะสุญญากาศใน ส.ค.ท.”.....ผู้ที่สงสัยมากที่สุด ก็คือกลุ่มของพวกท่านนั่นแหละที่ยังแขวะไม่ยอมเลิก ทั้งนี้เพราะว่าตั้งแต่วันที่ ๒๗-๒๙ มีนาคม ๒๐๑๒  กว่า ๑๕๐ องค์กรฯซึ่งเป็นผู้ที่มีสิทธิ์ชอบธรรมได้มาร่วมแสดงประชามติกันแล้ว โดยไปประชุมกันที่”บ้านผู้หว่าน”จังหวัดนครปฐม เพื่อสรุปความวุ่นวายต่างๆ และเลือกตั้งคณะกรรมการ ส.ค.ท.ชุดใหม่ ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันได้ใน ส.ค.ท.   ดังนั้นเมื่อคนส่วนใหญ่ในองค์กรต่างๆของ ส.ค.ท.มีประชามติเช่นนั้น(ไปดูรายงานการประชุม) พวกเขาจึงมิได้สงสัยใดๆอีกแล้ว ส่วนบางเรื่องที่จะต้องแก้ไข คณะกรรมการ ส.ค.ท.ที่รับการเลือกตั้งเข้ามา ก็จะไปพิจารณากันให้ถูกต้องต่อไป...ส่วนเรื่องเงินค่าตอบ แทนของคณะกรรมการ ก็เหมาะสมดีแล้ว แต่ไม่มากเหมือนอย่างที่มีการเขียนลงในบทความ(ไปหาข้อมูลให้ถูกต้อง)....การที่มีคณะกรรมการ ส.ค.ท.ซึ่งถูกเลือกเข้ามาจากผู้ที่มีสิทธิ์-มีอำนาจเต็มในเวลานี้ ถือได้ว่าคณะกรรมการเหล่านี้เข้ามาช่วยกันพยุง ส.ค.ท.ในภาวะวิกฤติ เพื่อนำเดินหน้ากันต่อไป คนเหล่านี้นอกจากจะมาช่วยกันนำ ส.ค.ท.ฝ่าวิกฤติกันแล้ว ก็เชื่อว่าคณะกรรมการ ส.ค.ท.เหล่านี้จะช่วยกันขจัดผู้นำจอมปลอมซึ่งอาจจะเข้ามาแอบแฝงแสวงหาผลประโยชน์ใน ส.ค.ท.ด้วย  ผมขอเชียร์และเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน“เดินหน้ากันต่อไป”ครับ  โดยเฉพาะท่านประธาน ส.ค.ท.คนใหม่ “ศจ.ดร.วีรชัย  โกแวร์” ที่จะนำทิศทางของ ส.ค.ท.ให้รุดหน้าไปอีก ทั้งฝ่ายวิญญาณและฝ่ายธุรการ ให้ถวายเกียรติอย่างสูงแด่พระเยซูคริสต์เจ้า

บทความทิ้งท้ายของเรื่อง”ภาวะสุญญากาศใน ส.ค.ท.” ซึ่งผู้เขียนลงเอาไว้ อ่านดูแล้วน่าสนใจมาก คือ “การไกล่-เกลี่ยพี่น้องที่บาดหมางกัน ยากยิ่งกว่าการยึดเมืองป้อมปราการ”(สภษ.๑๘.๑๙) มาถึงตรงนี้ พี่น้องคริสเตียนอาจจะถามว่า แล้วเราจะช่วยกันทำให้ ส.ค.ท.ปลอดจากสุญญากาศได้อย่างไร? เพื่อจะไม่เสื่อมลงมากกว่านี้..........วันนี้ผมจึงอยากขอให้พี่น้องชาว ส.ค.ท.ของเรามีโอกาสเสนอแนะความคิดดีๆมาบ้าง เผื่อจะเป็นทางออกที่ดีและทำให้ ส.ค.ท.รับการพลิกฟื้นขึ้นมาอีกครั้งและเพื่อเป็นพระพรอย่างมากมายสำหรับคนไทย ส่งมาเลยนะครับ ทางอีเมล ทางเว็บไซด์และทางเฟซบุ๊คก็ได้ “เพื่อนมีความรักความหวังดีให้ทุกเวลา และพี่น้องก็เกิดมาเพื่อช่วยเหลือกันในยามทุกข์ยาก”(สภษ.๑๗ .๑๗) ขอให้พระวจนะข้อนี้เป็นความจริงสำหรับ ส.ค.ท.ของเรา นี่คือข้อเขียนลงท้ายของเรื่อง ภาวะสุญญากาศใน สคท.

คำตอบไม่ยากเลยครับ  ยอมถอนฟ้อง ยอมรับการเลือกตั้ง ยอมเลิกแขวะเท่านั้น  ให้คณะกรรมการซึ่งถูกเลือกตั้งเข้ามาใหม่จากเสียงส่วนมากใน ส.ค.ท.ซึ่งเป็นผู้ที่มีสิทธิ์-มีเสียงตัวจริง คือชุดที่ ศจ.ดร.วีรชัย โกแวร์ เป็นประธานและทีม เข้ามาขับเคลื่อน ส.ค.ท.ไปใน ๒ ปีข้างหน้า ก็สามารถพลิกฟื้น ส.ค.ท.ขึ้นมาอีก เพื่อเป็นพระพรอย่างมากมายสำหรับคนไทย..ถ้าท่านยอม! และที่ท่านขอให้พระวจนะข้อนี้เป็นความจริง คือ ”เพื่อนมีความรักความหวังดีให้ทุกเวลา และพี่น้อง ก็เกิดมาเพื่อช่วยเหลือกันในยามทุกข์ยาก”(สภษ๑๗:๑๗)...สิ่งที่ท่านขอให้พระวจนะข้อนี้เป็นความจริง ก็ไม่ยากเช่นกันเพราะความรักความหวังดี เพื่อช่วยเหลือกันในยามทุกข์ยาก จากเพื่อนที่จริงใจต่อกันนั้น สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา คือถ้ามีน้ำใจอย่างพระเยซูคริสต์เท่านั้น “ยอมถอนฟ้อง ยอมรับการเลือกตั้ง ยอมเลิกแขวะ”.... แล้วก็จะได้เพื่อนคืนกลับมา

กลับไปทบทวนบทบาทของท่านตั้งแต่เริ่มแรก กลับไปทบทวนสาเหตุของปัญหาที่ก่อวิกฤติ ว่าอะไรคือสาเหตุของการทะเลาะวิวาท? ซึ่งทำให้ต้องปฏิวัติยึดอำนาจประธาน ส.ค.ท. จนเกิดวิกฤติกาลใน ส.ค.ท.อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน!!กิเลสตัณหาอย่างแน่นอน ตามที่ยากอบ ๔ : ๑-๓ เผยให้ทราบ  เมื่อมีการยอมจำนนต่อพระคำของพระเจ้าเมื่อไร  ก็สามารถกลับคืนสู่สภาพดีได้ครับ มันไม่ยากเลยใช่ไหม? เพียงแต่จะยอม หรือ ไม่ เท่านั้นแหละ! หรือยังจะปล่อยให้เป็นปัญหาต่อไป  ข้อคิดง่ายๆก็คือ“ถ้าผู้ก่อเหตุ ยอมจบเหตุ มันก็ไม่เป็นเหตุอีกต่อไป

จงแน่ใจเถิด ซึ่งคนชั่วร้ายจะไม่มีโทษนั้นหามิได้  แต่บรรดาผู้ที่เป็นคนชอบธรรมจะได้รับการช่วยกู้”สภษ.๑๑:๒๑

นี่คือเสียงสะท้อนจาก ส.ค.ท.เชียงราย